logo
ติดต่อเรา

เปรียบเทียบแบตรถกอล์ฟไฟฟ้าก่อนเลือกซื้อ ควรใช้อะไรดี

เปรียบเทียบแบตรถกอล์ฟไฟฟ้าก่อนเลือกซื้อ ควรใช้อะไรดี

Key Takeaways

การเลือกแบตรถกอล์ฟไฟฟ้า ควรพิจารณาจากประเภทแบตเตอรี่และลักษณะการใช้งาน โดยทำความเข้าใจความแตกต่างตั้งแต่ แบตเตอรี่เจลคืออะไร รวมถึงข้อดี ข้อจำกัด และการเปรียบเทียบระหว่างตะกั่วกรด แบตเจล กับแบตลิเธียม เพื่อเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านประสิทธิภาพ อายุการใช้งาน การดูแลรักษา และความคุ้มค่าในระยะยาว ช่วยให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเลือกแบตเตอรี่ที่ตอบโจทย์รถกอล์ฟไฟฟ้าได้มากที่สุด

เมื่อพูดถึงรถกอล์ฟไฟฟ้า หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนคือ “แบตเตอรี่” แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่เป็นชนิดใด รวมถึงมีข้อสงสัยว่า แบตเตอรี่เจลคืออะไรหรือระหว่างแบตตะกั่ว แบตเจล กับแบตลิเธียม ควรเลือกแบบไหนจึงจะเหมาะกับการใช้งานและคุ้มค่าในระยะยาว

บทความนี้ UGO จะพาไปรู้จักแบตเตอรี่รถกอล์ฟไฟฟ้า 3 ประเภทยอดนิยม ได้แก่ แบตเตอรี่ตะกั่วกรด แบตเตอรี่เจล และแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต พร้อมเปรียบเทียบแบตรถกอล์ฟไฟฟ้าในด้านข้อดี ข้อจำกัด อายุการใช้งาน การบำรุงรักษา และความคุ้มค่า เพื่อช่วยให้เลือกแบตเตอรี่ได้เหมาะกับลักษณะการใช้งานมากที่สุด

 

1. แบตเตอรี่ตะกั่วกรด แบบเติมน้ำกลั่น (Lead–Acid Battery)

ซื้อแบตเตอรี่รถกอล์ฟชนิดตะกั่วกรด แบบเติมน้ำกลั่นที่อูโก

แบตเตอรี่ตะกั่วกรด แบบเติมน้ำกลั่นคืออะไร ?

แบตเตอรี่ชนิดนี้เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมที่สุดในบรรดาแบตรถกอล์ฟไฟฟ้าทั้งหมด ภายในบรรจุสารละลายอิเล็กโทรไลต์เป็นของเหลว (น้ำกรด) จึงจำเป็นต้องมีการตรวจเช็กระดับน้ำกลั่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้แผ่นตะกั่วภายในเกิดความเสียหายและเสื่อมสภาพก่อนเวลา

อายุการใช้งาน

แบตประเภทนี้จะมีอายุการใช้งานประมาณ 500-600 รอบชาร์จ (Cycles) หรือใช้งานได้ไม่เกิน 2-3 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและรูปแบบการใช้งาน

ระยะเวลาการชาร์จ

โดยปกติจะใช้เวลาชาร์จนานประมาณ 8-10 ชั่วโมง เนื่องจากต้องชาร์จด้วยกระแสไฟต่ำอย่างสม่ำเสมอ ข้อควรระวังคือไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมดแล้วค่อยชาร์จ เพราะจะยิ่งทำให้ใช้เวลานานขึ้น เกิดความร้อนสะสมสูง และทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างรวดเร็ว

ข้อดี-ข้อเสีย-ข้อควรระวัง

• ข้อดี : ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดเมื่อเทียบกับแบตชนิดอื่น ช่วยประหยัดงบประมาณตั้งต้นได้ดี

• ข้อเสีย : ตัวแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก ต้องหมั่นดูแลตรวจเช็กระดับน้ำกลั่นอยู่เสมอ หากพบขี้เกลือเกาะที่ขั้วแบตต้องคอยทำความสะอาดทันที

• ข้อควรระวัง : ต้องสังเกตปริมาณน้ำกลั่นไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์หรือแห้งขอด เพราะน้ำกรดจะกัดกร่อนแผ่นตะกั่ว จนเกิดความเสียหายและทำให้แบตเสื่อมสภาพถาวร

 

2. แบตเตอรี่ Maintenance Free แบบเจล (Gel Battery)

ซื้อแบตเตอรี่รถกอล์ฟ Maintenance Free แบบเจลที่อูโก

 

แบตเตอรี่เจลคืออะไร ?

แบตเตอรี่เจล คือ แบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น Maintenance Free (MF) โดยมีการนำผงซิลิก้าผสมลงในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ ทำให้น้ำกรดเปลี่ยนสภาพเป็นเนื้อ “เจล” และปิดสนิทอยู่ภายในตัวแบต มีการทดสอบป้องกันการรั่วซึมอย่างดี ช่วยลดการระเหยของอิเล็กโทรไลต์ ลดโอกาสการรั่วซึม และจ่ายไฟได้สม่ำเสมอกว่าแบตชนิดตะกั่วกรดแบบเติมน้ำกลั่น

แบตเจลกับแบตแห้งต่างกันยังไง?

แบตเตอรี่เจล (Gel Battery) ถือเป็นหนึ่งในประเภทของแบตเตอรี่แห้ง (Maintenance Free) ที่ใช้อิเล็กโทรไลต์ในรูปแบบเจล ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อน การสั่นสะเทือน และรองรับการคายประจุลึก (Deep Cycle) ได้ดี

อย่างไรก็ตาม แบตแห้งไม่ได้หมายถึงแบตเจลเสมอไป เพราะยังรวมถึงแบตเตอรี่ AGM ที่ใช้เทคโนโลยีแตกต่างกัน ดังนั้นควรเลือกประเภทแบตให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

อายุการใช้งาน

แบตเตอรี่แบบเจลจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 3-4 ปี หรือรองรับการชาร์จประมาณ 1,000 รอบ

ระยะเวลาการชาร์จ

ใช้เวลาชาร์จประมาณ 6-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณประจุที่เหลืออยู่ แนะนำให้ชาร์จไฟให้เต็มสม่ำเสมอเพื่อถนอมเซลล์แบตและพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ

ข้อดี-ข้อเสีย-ข้อควรระวัง

 • ข้อดี : ไม่ต้องคอยเติมน้ำกลั่น ปลอดภัย ไร้ปัญหาคราบขี้เกลือและน้ำกรดรั่วซึม ราคาเข้าถึงง่ายกว่าแบตเตอรี่ลิเธียม

 • ข้อเสีย : น้ำหนักรวมของชุดแบตเตอรี่ยังคงค่อนข้างมาก และมีอายุการใช้งานรวมถึงประสิทธิภาพสั้นกว่าแบตลิเธียมฟอสเฟต

 • ข้อควรระวัง : ต้องใช้อุปกรณ์ชาร์จที่มีกระแสไฟเหมาะสม หากใช้แรงดันไฟสูงเกินไปอาจเกิดก๊าซสะสมภายในเซลล์จนแบตเตอรี่บวมและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

 

3. แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (Lithium Ion Phosphate : LiFePO4)

ซื้อแบตเตอรี่รถกอล์ฟชนิดลิเธียมฟอสเฟต ที่อูโก

 

แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePo4) คือนวัตกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้วัสดุฟอสเฟตเป็นขั้วลบ มีจุดเด่นด้านความต้านทานภายในต่ำ สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงและสม่ำเสมอ ความหนาแน่นพลังงานสูง ไม่เกิดความร้อนสะสม และมีความปลอดภัยสูงสุดในตระกูลแบตเตอรี่ลิเธียม

อายุการใช้งาน

แบตมีอายุการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 8-10 ปี หรือรองรับการชาร์จได้มากกว่า 3,500 รอบชาร์จ

ระยะเวลาการชาร์จ

ใช้เวลาชาร์จเร็วที่สุด เพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น สามารถชาร์จเพิ่มระหว่างวันได้โดยไม่ทำให้แบตเสื่อม และทนต่ออุณหภูมิความร้อนสูงได้ดีเยี่ยม

ข้อดี-ข้อเสีย-ข้อควรระวัง

 • ข้อดี : น้ำหนักเบากว่าแบตชนิดเจลและแบตตะกั่วกรดมากกว่าเท่าตัว ช่วยลดภาระช่วงล่างและประหยัดพลังงานตัวรถ ประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องดูแลรักษา และปลอดภัยสูง ไม่เสี่ยงต่อการลุกไหม้

 • ข้อเสีย : มีราคาเริ่มต้นสูงกว่าแบตรถกอล์ฟประเภทอื่น

 • ข้อควรระวัง : จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับสายชาร์จและตู้ชาร์จเฉพาะรุ่นที่รองรับระบบ BMS (Battery Management System) ของแบตลิเธียมเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ตารางสรุปการเปรียบเทียบแบตรถกอล์ฟไฟฟ้าทั้ง 3 ประเภท

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนจากการเปรียบเทียบแบตรถกอล์ฟไฟฟ้า ทั้ง 3 ชนิด ตารางด้านล่างนี้สรุปจุดเด่นที่สำคัญไว้ดังนี้

คุณสมบัติแบตเตอรี่ตะกั่วกรด
(เติมน้ำกลั่น)
แบตเตอรี่เจล (Maintenance Free)แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (LiFePO₄)
การบำรุงรักษาต้องเติมน้ำกลั่นและตรวจเช็กสม่ำเสมอไม่ต้องเติมน้ำกลั่นไม่ต้องบำรุงรักษา (Maintenance Free)
รอบการชาร์จ (Cycle Life)ประมาณ 500-600 รอบประมาณ 1,000 รอบมากกว่า 3,500 รอบ
อายุการใช้งานไม่เกิน 3 ปี3-4 ปี8-10 ปี
ระยะเวลาชาร์จ8-10 ชั่วโมง6-8 ชั่วโมง3-4 ชั่วโมง
น้ำหนักมากมากเบากว่าประมาณ 40-60%*
ประสิทธิภาพการจ่ายไฟปานกลางดีสูงและสม่ำเสมอ
ราคาเริ่มต้นต่ำปานกลางสูง
ความคุ้มค่าเหมาะกับผู้มีงบจำกัดสมดุลระหว่างราคาและการดูแลคุ้มค่าในระยะยาว (High ROI)
เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไปใช้งานประจำ ต้องการลดการดูแลใช้งานหนัก ใช้งานทุกวัน หรือเชิงพาณิชย์

*สัดส่วนน้ำหนักอาจแตกต่างกันตามความจุ รุ่น และผู้ผลิตของแบตเตอรี่แต่ละรุ่น

รู้ทันปัจจัยที่ทำให้แบตรถกอล์ฟเสื่อมสภาพก่อนเวลา

ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ประเภทไหน ก็สามารถเสื่อมสภาพก่อนกำหนดได้หากขาดการดูแลรักษาและการใช้งานที่ไม่เหมาะสม โดยมีปัจจัยหลักดังนี้

เคล็ดลับยืดอายุการใช้งานแบตรถกอล์ฟไฟฟ้า

การดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นหลายปีแล้ว ยังช่วยเซฟค่าซ่อมบำรุงและเพิ่มความปลอดภัยได้อีกด้วย โดยแนะนำวิธีดูแลแบตเตอรี่ ดังนี้

  1. ชาร์จไฟให้เต็ม 100% ก่อนนำไปใช้ : หลีกเลี่ยงการชาร์จแบบแวะชาร์จสั้น ๆ เช่น ชาร์จ 30 นาทีแล้วนำไปวิ่ง เพราะจะทำให้รอบชาร์จเสียและแบตเสื่อมเร็ว
  2. อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่ต่ำกว่า 30% : การใช้งานจนแบตหมดเกลี้ยงจะทำให้แบตทำงานหนักเกิดความร้อนสูง และต้องใช้เวลาชาร์จนานขึ้น
  3. ชาร์จกระตุ้นไฟอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง : หากต้องจอดรถทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรชาร์จไฟสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการคายประจุลึก (Deep Discharge)
  4. พักให้แบตเตอรี่เย็นลงก่อนชาร์จ : หลังเลิกใช้งานรถกอล์ฟ ควรรอประมาณ 15-30 นาทีให้แบตคลายความร้อนก่อนเสียบชาร์จ
  5. เสียบปลั๊กชาร์จไฟให้ถูกขั้นตอน : เสียบขั้วสายชาร์จเข้ากับไฟบ้าน (AC) ก่อน แล้วจึงค่อยนำขั้วอีกด้านเสียบเข้ากับตัวรถกอล์ฟ (DC) เพื่อป้องกันไฟกระชากใส่ตู้ชาร์จ
  6. ชาร์จในพื้นที่อากาศถ่ายเทสะดวก : เลือกรอบบริเวณที่ลมโปร่ง เพื่อช่วยระบายความร้อนสะสมขณะชาร์จไฟ
  7. ใช้อุปกรณ์ชาร์จตรงรุ่นเท่านั้น : ห้ามนำเครื่องชาร์จดัดแปลงหรือแรงดันไฟไม่ตรงสเปกมาใช้โดยเด็ดขาด

https://www.youtube.com/watch?v=ahQJQdJZ6Bc

หากสรุปการเปรียบเทียบแบตรถกอล์ฟไฟฟ้าทั้ง 3 ประเภท แบตเตอรี่ตะกั่วกรดเหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด แบตเตอรี่เจลเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดภาระการดูแลรักษา ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟตเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานเป็นประจำและต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน น้ำหนักเบา และชาร์จได้รวดเร็ว

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเลือกซื้อแบตเตอรี่รถกอล์ฟ UGO ศูนย์จำหน่ายรถกอล์ฟไฟฟ้าและแบตรถกอล์ฟคุณภาพมาตรฐานสากล CE, ISO9001, ISO14001 และ IATF16949 การันตีด้วยแบรนด์ GRANDE® (แกรนเด) มีให้เลือกครบทั้งประเภท Lead Acid (รับประกัน 1 ปี) และ Lithium Battery (รับประกันสูงสุดถึง 5 ปี) เลือกได้เหมาะสมตามงบประมาณและการใช้งาน

อุ่นใจยิ่งกว่าด้วยบริการซ่อมรถกอล์ฟไฟฟ้า และงานบำรุงรักษาครบวงจร โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้รถกอล์ฟของคุณอยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ตลอด 24 ชั่วโมง!

LINE OA : @UGOCAR

เวลาทำการ : วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น. และวันเสาร์ 09.00-17.00 น. 

โทร. : 02-385-1100 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแบตรถกอล์ฟไฟฟ้า (FAQs)

ข่าวสาร และกิจกรรมอื่นๆ

Other News & Event